ฝึกการทำกิจวัตรประจำวัน
การแต่งตัว การอาบน้ำ และการเข้าห้องน้ำ
ผู้ป่วยที่มีอาการบาดเจ็บที่ไขสันหลัง (SCI) ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันในทุกด้าน ทั้งการเคลื่อนไหวที่จำกัด ความอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ อาการเกร็งของกล้ามเนื้อ และปัญหาเกี่ยวกับการทรงตัวและการประสานงาน ผู้ป่วยหลายรายยังมีอาการปวด พบแผลกดทับ และภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจและหัวใจและหลอดเลือด ระบบขับถ่าย และผลกระทบทางจิตใจ เช่น ภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล ซึ่งทำให้การฟื้นฟูเป็นไปได้ยากขึ้น
Rated 5by 500+ users

นักกายภาพบำบัดมีบทบาทสำคัญในการช่วยรักษาและฟื้นฟูปัญหาเหล่านี้
การแต่งตัว การอาบน้ำ และการเข้าห้องน้ำ
แผลกดทับ ข้อติด และการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
โดยเฉพาะกล้ามเนื้อที่ยังทำงานได้ เพื่อช่วยในการเคลื่อนไหวและทำกิจกรรมต่างๆ
การเคลื่อนไหวบนเตียง การฝึกใช้อุปกรณ์ช่วยการเคลื่อนไหว เช่น ไม้ค้ำยันหรือไม้เท้า
ให้ผู้ป่วยยอมรับสภาพร่างกายและมีกำลังใจในการฟื้นฟู

โดยสร้างโปรแกรมการฟื้นฟูที่เหมาะสมกับบุคคลซึ่งมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ความยืดหยุ่น และการประสานงานของอวัยวะส่วนต่างๆ การฝึกทักษะการทำงาน และการใช้เครื่องมือช่วยเดินเพื่อปรับปรุงการเคลื่อนไหว นอกจากนี้ยังจัดการกับความเจ็บปวดและสอนกลศาสตร์ของร่างกายที่ถูกต้องเพื่อป้องกันการบาดเจ็บเพิ่มเติม นอกจากนี้ นักกายภาพบำบัดยังเป็นกำลังใจ ช่วยให้ผู้ป่วยปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ใหม่และส่งเสริมมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นฟูตลอดการฟื้นฟู
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมองได้จากเว็บไซต์
ผู้ป่วยที่มีอาการบาดเจ็บที่ไขสันหลังมักมีคำถามมากมายเกี่ยวกับอาการ การรักษา และการใช้ชีวิตหลังบาดเจ็บ นี่คือคำถามที่พบบ่อยพร้อมคำตอบที่ครอบคลุม
การบาดเจ็บไขสันหลังคือการบาดเจ็บที่ส่งผลต่อไขสันหลัง ซึ่งเป็นกลุ่มของเส้นประสาทที่นำสัญญาณระหว่างสมองและส่วนอื่นๆ ของร่างกาย การบาดเจ็บนี้มักเกิดจากอุบัติเหตุ เช่น อุบัติเหตุทางรถยนต์ การตกจากที่สูง หรือการเล่นกีฬา
อาการของการบาดเจ็บไขสันหลังขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความรุนแรงของการบาดเจ็บ อาการที่พบบ่อย ได้แก่:
การรักษาการบาดเจ็บไขสันหลังมุ่งเน้นไปที่การป้องกันการบาดเจ็บเพิ่มเติม การบรรเทาอาการ และการฟื้นฟูสมรรถภาพ การรักษาอาจรวมถึง:
การฟื้นฟูสมรรถภาพเป็นส่วนสำคัญของการรักษาการบาดเจ็บไขสันหลัง เป้าหมายของการฟื้นฟูสมรรถภาพคือการช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีชีวิตที่กระฉับกระเฉงและเป็นอิสระมากที่สุด การฟื้นฟูสมรรถภาพอาจรวมถึง:
โอกาสในการกลับมาเดินได้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระดับของการบาดเจ็บ ผู้ป่วยบางรายอาจสามารถกลับมาเดินได้ด้วยอุปกรณ์ช่วย ในขณะที่ผู้ป่วยรายอื่นอาจต้องใช้รถเข็น